← กลับไปหน้าสายพันธุ์
มดเขี้ยวโง้งภาพมีชีวิต

สายพันธุ์ & Care Sheet

มดเขี้ยวโง้ง

Harpegnathos venator · Giant Jumping Ant

ความยากยากโอกาสพบเจอพบได้ไม่ยากการป้องกันตัวดุร้าย

ภาพ © 野蔷薇 · CC BY-NC

กระโดดล่าเหยื่อด้วยสายตา โคโลนีเล็กแต่ทุกตัวคือนักล่า — สำหรับนักเลี้ยงมีประสบการณ์

สกุล Harpegnathos จัดเป็นมดในวงศ์ย่อย Ponerinae มีคุณสมบัติเด่นคือมดงานสามารถพัฒนาเป็น Gamergate ได้

ภาพรวม

อุณหภูมิ

24–28°C

ความชื้น

70–85%

อาหาร

น้ำหวาน · แมลง

รูปแบบรัง

ดิน / Ytong / ปูนปลาสเตอร์

การเติบโต

ช้า

ขนาดอาณาจักร

100–300 ตัว

  • ความยาก — ต้องการเหยื่อมีชีวิตเท่านั้น ความชื้นสูง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อราได้ง่ายหากจัดการรังไม่ดี
  • ขนาดอาณาจักร — ขนาดรังค่อนข้างเล็ก ไม่เกินประมาณ 400 ตัวเนื่องจากข้อจำกัดทางสังคมของมดกลุ่มนี้
  • โอกาสพบเจอ — มีข้อมูลบันทึกพบค่อนข้างมาก เจอได้ไม่ยากนัก — มีบันทึกยืนยันพบในไทยโดยตรงด้วย; มีวางขายในตลาดนักเลี้ยงมดต่างประเทศ (มีสต๊อกจริง) · บันทึกในไทย 3 · บันทึกทั่วโลก 458 · ตลาดนักเลี้ยง: มีขายในต่างประเทศ

ระดับนี้คิดจากจำนวนบันทึกในฐานข้อมูลสากล (GBIF · AntWeb · iNaturalist) ไม่ใช่ความชุกในไทยโดยตรง — น่าเชื่อถือสูง — มีบันทึกพิกัด/ตัวอย่างในไทยจริง (GBIF/AntWeb)

อาหารที่กิน

น้ำหวานโปรตีนเมล็ดพืชเชื้อรา
Care Sheet กำลังจัดทำความมั่นใจของข้อมูล: สูง

ขนาดตัว

ความยาวลำตัวแต่ละวรรณะ และภาพเทียบขนาดจริงบนบัตรเครดิต

นางพญา
16-18 มม.
ตัวงาน
14-17 มม.

เทียบขนาดจริงกับบัตรเครดิต

มดวาดตามสเกลจริงบนบัตรมาตรฐาน (85.6 × 54 มม.) — ถือบัตรจริงทาบหน้าจอแล้วปรับสไลเดอร์ให้ขนาดบัตรตรงกัน จากนั้นมดจะแสดงขนาดจริง

ANTVERSE
บัตรเทียบขนาด · 85.6 × 54 มม.
ตัวงาน
~15.5 มม.
นางพญา
~17 มม.
324 px

นิสัยและการเลี้ยง

การป้องกันตัว

ดุร้าย

โจมตีเมื่อถูกรบกวน — ควรระวังเวลาจัดการ

ต่อยด้วยเหล็กใน
กัด

โปรไฟล์โคโลนี

โครงสร้างราชินี

ได้ทั้งสองแบบ

การก่อรัง

ก่อรังแบบกึ่งเปิด (semi-claustral)

การพักหนาว

ไม่ต้องพักหนาว

การเติบโต

ช้า

ข้อมูลเชิงลึก

มดเขี้ยวโง้ง (Harpegnathos venator) เป็นมดนักล่าที่มีดวงตาโตผิดปกติเมื่อเทียบกับมดทั่วไป และใช้สายตาแทนกลิ่นในการล่าเหยื่อ จุดเด่นที่ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังในวงการเลี้ยงมดคือความสามารถในการ "กระโดด" ทั้งเพื่อจับเหยื่อและหนีศัตรู

รูปร่างและลักษณะเด่น

ลำตัวสีดำด้าน ขากรรไกรยาวโค้งงอเป็นเอกลักษณ์ (ที่มาของชื่อไทย "เขี้ยวโง้ง") ตัวงานมีสีน้ำตาลอมเหลืองที่ขากรรไกร แก้ม และขา ปลายท้องออกสีสนิม จุดที่สังเกตง่ายที่สุดคือดวงตาที่ใหญ่ผิดปกติสำหรับมด ทำให้มองเห็นรายละเอียดได้ดีกว่ามดส่วนใหญ่ที่อาศัยกลิ่นเป็นหลัก นางพญามีรูปร่างใกล้เคียงตัวงานมาก ต่างกันเพียงอกที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยและรังไข่ที่พัฒนาแล้ว

ภาพ © 野蔷薇 · CC BY-NC

พบที่ไหน อยู่แบบไหน

พบในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะตอนเหนือของอินเดียและพม่า อาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของป่า ทำรังในดินที่ลาดเอียง ทางเข้ารังเป็นรูเล็ก ๆ นำไปสู่ห้องรังทรงจานหลายห้องที่เชื่อมกันด้วยช่องแคบ ๆ กว้างพอให้มดผ่านได้ทีละตัวเท่านั้น ห้องบนสุดเป็นที่อยู่ของนางพญาและตัวงาน โคโลนีมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมดชนิดอื่น เพราะเป็นนักล่าที่ต้องอาศัยพื้นที่หากินต่อหัวค่อนข้างมาก

พบใน
South and Southeast Asia

ภาพ © 游魂 · CC BY-NC

พฤติกรรมเด่น: ล่าเหยื่อด้วยการกระโดดและสายตา

Harpegnathos venator กระโดดได้ทั้งเพื่อจับเหยื่อและหลบหนีศัตรู โดยอาศัยดวงตาที่ใหญ่และคมชัดผิดปกติสำหรับมด แทนที่จะพึ่งกลิ่นเหมือนมดทั่วไป

ขากรรไกรของมดชนิดนี้มีโครงสร้างต่างกันตามตำแหน่ง ส่วนปลายมีฟันสองแถวเรียงไม่ขนาน ใช้หนีบเหยื่อได้แน่นหนา ส่วนโคนขากรรไกรโค้งเว้าเรียบ ใช้จับตัวอ่อนและไข่อย่างนุ่มนวลโดยไม่ทำอันตราย เมื่อนางพญาตายลง ตัวงานในรังจะประลองกันด้วยการ "ดวลหนวด" (antennal duel) เพื่อหาผู้ชนะที่จะกลายเป็น gamergate สืบพันธุ์แทน แต่ตัวที่ชนะจะออกลูกที่ฟักเป็นตัวงานได้ก็ต่อเมื่อเคยผสมพันธุ์กับตัวผู้มาก่อนที่จะขึ้นเป็นผู้นำเท่านั้น

ภาพ © mojun · CC BY-NC

การเลี้ยงในกล่องเลี้ยง

เป็นนักล่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แทบไม่แตะน้ำหวานหรือเมล็ดพืชเลย อาหารหลักต้องเป็นแมลงเป็นหรือเพิ่งตาย เช่น จิ้งหรีด หนอนนก และแมลงสาบ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 24–28°C ในรังและ 26–30°C ในพื้นที่หากิน หากอุณหภูมิสูงต่อเนื่องเกิน 32°C จะทำให้ตัวอ่อนเสียหายได้ ความชื้นควรอยู่ที่ 70–85% โคโลนีเติบโตช้ามาก ปีแรกมักมีตัวงานเพียง 40–80 ตัว และต้องใช้เวลา 3–5 ปีกว่าจะขยายไปถึงหลักร้อยตัว

ขากรรไกรของมดชนิดนี้มีโครงสร้างต่างกันตามตำแหน่ง ส่วนปลายมีฟันสองแถวเรียงไม่ขนาน ใช้หนีบเหยื่อได้แน่นหนา ส่วนโคนขากรรไกรโค้งเว้าเรียบ ใช้จับตัวอ่อนและไข่อย่างนุ่มนวลโดยไม่ทำอันตราย เมื่อนางพญาตายลง ตัวงานในรังจะประลองกันด้วยการ "ดวลหนวด" (antennal duel) เพื่อหาผู้ชนะที่จะกลายเป็น gamergate สืบพันธุ์แทน แต่ตัวที่ชนะจะออกลูกที่ฟักเป็นตัวงานได้ก็ต่อเมื่อเคยผสมพันธุ์กับตัวผู้มาก่อนที่จะขึ้นเป็นผู้นำเท่านั้น

เป็นนักล่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แทบไม่แตะน้ำหวานหรือเมล็ดพืชเลย อาหารหลักต้องเป็นแมลงเป็นหรือเพิ่งตาย เช่น จิ้งหรีด หนอนนก และแมลงสาบ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 24–28°C ในรังและ 26–30°C ในพื้นที่หากิน หากอุณหภูมิสูงต่อเนื่องเกิน 32°C จะทำให้ตัวอ่อนเสียหายได้ ความชื้นควรอยู่ที่ 70–85% โคโลนีเติบโตช้ามาก ปีแรกมักมีตัวงานเพียง 40–80 ตัว และต้องใช้เวลา 3–5 ปีกว่าจะขยายไปถึงหลักร้อยตัว

รูปแบบรัง
ดินYtongปูนปลาสเตอร์
ความยากอยู่ตรงไหน

แม้จะไม่ก้าวร้าวไล่ต่อยเหมือนมดบางชนิด แต่มีเหล็กในที่ทรงพลังมาก เจ็บนานเป็นชั่วโมงหากถูกต่อย เทียบได้กับเหล็กในต่อ ต้องระมัดระวังทุกครั้งที่เปิดรังหรือย้ายมด นอกจากนี้โคโลนีโตช้าและต้องการอาหารสดเป็นหลักตลอดเวลา ตัวเลขขนาดโคโลนี (100–300 ตัว) คือขนาดที่พบได้บ่อยเมื่อรังโตเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ค่าสูงสุด เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์มาก่อนมากกว่ามือใหม่

เกร็ดน่ารู้

ตัวงานสามารถวางไข่ที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์ (trophic eggs) เพื่อเป็นอาหารให้ตัวสืบพันธุ์ในรังกิน เป็นพฤติกรรมที่พบในมดหลายสกุลที่มีระบบสืบพันธุ์แบบพิเศษ ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ "Giant Jumping Ant" มาจากพฤติกรรมกระโดดเด่นชัดที่ทำให้แยกแยะจากมดนักล่าชนิดอื่นได้ง่ายตั้งแต่แรกเห็น

ภาพ © robotpie · CC BY-NC

แหล่งอ้างอิง

เนื้อหาภาษาไทยเรียบเรียงขึ้นใหม่จากข้อเท็จจริงในแหล่งอ้างอิงข้างต้น ไม่ได้คัดลอกถ้อยคำ · ความมั่นใจของข้อมูล: สูง

หน้านี้เป็นข้อมูลการเลี้ยงอย่างเดียว — มดมีชีวิตยังไม่เปิดขายบนเว็บ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ระหว่างจัดส่ง