ภาพมีชีวิตสายพันธุ์ & Care Sheet
มดหนามคู่สีเทา
Diacamma rugosum · Bornean Queenless Ant
ภาพ © Vic Cheung · CC BY-NC
ไม่มีราชินี (gamergate) โคโลนีเล็ก พฤติกรรมล่าเหยื่อสนุก ดูรายตัวได้
สกุล Diacamma ไม่มีนางพญาจริง (Morphological queen) แต่ใช้มดงานสืบพันธุ์แทน
ภาพรวม
อุณหภูมิ
24–29°C
ความชื้น
60–80%
อาหาร
น้ำหวาน · แมลง
รูปแบบรัง
ดิน / Ytong / ปูนปลาสเตอร์ / อะคริลิก
การเติบโต
ปานกลาง
ขนาดอาณาจักร
50–300 ตัว
- ความยาก — ต้องระวังการทำลาย Gemmae (ติ่งอก) ซึ่งส่งผลต่อการสืบพันธุ์ของรัง และต้องการโปรตีนสดอย่างสม่ำเสมอ
- ขนาดอาณาจักร — ขนาดรังมักหยุดอยู่เพียงหลักร้อยเนื่องจากจำกัดด้วยอัตราการไข่ของ Gamergate ตัวเดียว
- โอกาสพบเจอ — มดที่มีข้อมูลบันทึกพบมากที่สุดในกลุ่ม เจอได้บ่อยตามธรรมชาติ — มีบันทึกยืนยันพบในไทยโดยตรงด้วย; มีวางขายในตลาดนักเลี้ยงมดต่างประเทศ (มีสต๊อกจริง) · บันทึกในไทย 9 · บันทึกทั่วโลก 1,468 · ตลาดนักเลี้ยง: มีขายในต่างประเทศ
ระดับนี้คิดจากจำนวนบันทึกในฐานข้อมูลสากล (GBIF · AntWeb · iNaturalist) ไม่ใช่ความชุกในไทยโดยตรง — น่าเชื่อถือสูง — มีบันทึกพิกัด/ตัวอย่างในไทยจริง (GBIF/AntWeb)
อาหารที่กิน
ขนาดตัว
ความยาวลำตัวแต่ละวรรณะ และภาพเทียบขนาดจริงบนบัตรเครดิต
เทียบขนาดจริงกับบัตรเครดิต
มดวาดตามสเกลจริงบนบัตรมาตรฐาน (85.6 × 54 มม.) — ถือบัตรจริงทาบหน้าจอแล้วปรับสไลเดอร์ให้ขนาดบัตรตรงกัน จากนั้นมดจะแสดงขนาดจริง
~11 มม.
สายพันธุ์นี้ไม่มีวรรณะนางพญา — ตัวงานที่ผสมพันธุ์แล้วทำหน้าที่วางไข่แทน
นิสัยและการเลี้ยง
การป้องกันตัว
ดุร้ายโจมตีเมื่อถูกรบกวน — ควรระวังเวลาจัดการ
โปรไฟล์โคโลนี
โครงสร้างราชินี
ราชินีเดี่ยว (monogyne)
การก่อรัง
ก่อรังแบบกึ่งเปิด (semi-claustral)
การพักหนาว
ไม่ต้องพักหนาว
การเติบโต
ปานกลาง
ข้อมูลเชิงลึก
มดหนามคู่สีเทา (Diacamma rugosum) เป็นมดในวงศ์ย่อย Ponerinae ที่มีเรื่องราวน่าทึ่งที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกมด เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ "ไม่มีนางพญา" เลยตลอดชีวิตของโคโลนี ทุกอย่างในรังถูกขับเคลื่อนด้วยตัวงานตัวหนึ่งที่ผสมพันธุ์แล้วทำหน้าที่แทนราชินี เรียกว่า gamergate
รูปร่างและลักษณะเด่น
ตัวงานมีลำตัวสีดำด้าน (matt black) ยาวประมาณ 9–13 มิลลิเมตร ผิวลำตัวมีรอยย่นเป็นสันคล้ายลายแกะสลัก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ rugosum ที่แปลว่า "เป็นสัน" ในภาษาละติน จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดคือปุ่มเล็ก ๆ คู่หนึ่งบนอกส่วนกลาง เรียกว่า gemmae ซึ่งเป็นซากอวัยวะของปีกที่ฝ่อไป ตัวงานทุกตัวเกิดมาพร้อม gemmae นี้เหมือนกันหมด เพราะสายพันธุ์นี้ไม่มีวรรณะนางพญาที่แยกร่างจากตัวงานเลย

ภาพ © Yohanes Bayu Christianto · CC BY-NC
พบที่ไหน อยู่แบบไหน
มดในสกุล Diacamma กระจายพันธุ์กว้างตั้งแต่อินเดียไปจนถึงออสเตรเลีย ครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมดรวมถึงไทย โดยแยกออกเป็นชนิดย่อยมากถึงราว 20 ชนิดย่อยตามแต่ละภูมิภาค ส่วน Diacamma rugosum พบชุกชุมในเขตซุนดาแลนด์ (บอร์เนียวและหมู่เกาะใกล้เคียง) อาศัยอยู่ตามพื้นป่าเขตร้อนชื้น ทำรังในดิน ใต้ท่อนไม้ผุ หรือโคนต้นไม้ เป็นมดที่หากินบนพื้นดินเป็นหลัก (epigaeic) ล่าเหยื่อตามซากใบไม้และเศษไม้ผุ

ภาพ © Vic Cheung · CC BY-NC
พฤติกรรมเด่น: ระบบไร้ราชินีที่ซับซ้อนที่สุดในโลกมด
Diacamma rugosum ไม่เคยมีนางพญามาตั้งแต่กำเนิด — ทุกโคโลนีปกครองด้วยตัวงานที่ผสมพันธุ์แล้วเพียงตัวเดียว เรียกว่า gamergate
เมื่อไม่มีนางพญา การสืบพันธุ์ของโคโลนีจึงตกอยู่กับ gamergate ตัวเดียว คือตัวงานตัวแรกที่ผสมพันธุ์กับตัวผู้สำเร็จ การผสมพันธุ์เกิดขึ้นบริเวณใกล้รังโดยไม่มีการบินผสมพันธุ์ (nuptial flight) แบบมดทั่วไป เมื่อกลายเป็น gamergate แล้ว มันจะรักษาสถานะผูกขาดด้วยการกัด gemmae ของตัวงานอื่นทิ้ง ทำให้ตัวงานเหล่านั้นหมดโอกาสผสมพันธุ์ไปตลอดชีวิต สถานะ gamergate จะเปลี่ยนมือก็ต่อเมื่อตัวเดิมตายลงตามธรรมชาติเท่านั้น จากนั้นตัวงานที่เหลือจะประลองกันด้วยการ "ดวลหนวด" (antennal duel) เพื่อหาผู้ชนะคนใหม่

ภาพ © udhansenila · CC BY-NC
การเลี้ยงในกล่องเลี้ยง
D. rugosum เป็นนักล่าโดยสันดาน อาหารหลักควรเป็นแมลงเป็นหรือเพิ่งตาย เช่น จิ้งหรีด แมลงสาบ แมลงหวี่ ร่วมกับน้ำหวานหรือน้ำผึ้งเจือจางเป็นแหล่งพลังงานเสริม อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 24–29°C และความชื้น 60–80% การก่อตั้งรังของตัวงานผู้ก่อตั้งเป็นแบบกึ่งปิด (semi-claustral) คือออกหาอาหารเองระหว่างเลี้ยงตัวอ่อนชุดแรก ไม่ได้ปิดตัวเองอดอาหารเหมือนมดหลายชนิด โคโลนีเติบโตค่อนข้างช้าและมักมีขนาดไม่ใหญ่มาก อยู่ที่ราว 50–300 ตัวต่อรัง ซึ่งเป็นขนาดปกติที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่ขนาดสูงสุด
ความยากอยู่ตรงไหน
ความท้าทายหลักคือนิสัยดุและมีเหล็กในระดับ ponerine ที่ต่อยเจ็บ ใช้ทั้งล่าเหยื่อและป้องกันตัว ต้องระวังเวลาเปิดรังหรือให้อาหาร นอกจากนี้เพราะไม่มีนางพญาแยกวรรณะ ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจว่าตัวงานทุกตัวมีศักยภาพเป็น gamergate ได้ การจัดการโคโลนีจึงต่างจากมดทั่วไปที่มีนางพญาชัดเจน เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์มาบ้างมากกว่ามือใหม่
เกร็ดน่ารู้
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษของมดกลุ่มนี้คือ "queenless ant" หรือ "Bornean queenless ant" ตรงตัวตามระบบสังคมที่ไม่มีนางพญา นักกีฏวิทยาใช้ Diacamma เป็นแบบจำลองศึกษาวิวัฒนาการของวรรณะและลำดับชั้นทางสังคมในแมลง เพราะตัวงานทุกตัวมีศักยภาพทางพันธุกรรมเท่ากันในการเป็นผู้สืบพันธุ์ ต่างจากมดทั่วไปที่นางพญาถูกกำหนดวรรณะมาตั้งแต่ตัวอ่อน

ภาพ © Hsiu Hing Wo, Ivan · CC BY-NC
คลังภาพ
ภาพ © Vic Cheung · CC BY-NC
ภาพ © Yohanes Bayu Christianto · CC BY-NC
ภาพ © Vic Cheung · CC BY-NC
ภาพ © udhansenila · CC BY-NC
ภาพ © Hsiu Hing Wo, Ivan · CC BY-NC
ภาพมีชีวิตมาจากผู้ถ่ายในชุมชน iNaturalist สัญญาอนุญาต CC BY-NC — ให้เครดิตผู้ถ่ายทุกภาพ
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาภาษาไทยเรียบเรียงขึ้นใหม่จากข้อเท็จจริงในแหล่งอ้างอิงข้างต้น ไม่ได้คัดลอกถ้อยคำ · ความมั่นใจของข้อมูล: สูง
หน้านี้เป็นข้อมูลการเลี้ยงอย่างเดียว — มดมีชีวิตยังไม่เปิดขายบนเว็บ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ระหว่างจัดส่ง