ภาพมีชีวิตสายพันธุ์ & Care Sheet
มดไม้ดำ
Camponotus parius · Black Carpenter Ant
ภาพ © Akrati Kushwaha · CC BY-NC
ตัวใหญ่ ดูง่าย โตช้าแต่ทนทานมาก ให้อภัยมือใหม่ที่สุด — สายพันธุ์แรกที่เราแนะนำ
อยู่ในสกุลย่อย Tanaemyrmex หรือ Myrmosericus (ขึ้นอยู่กับการจัดจำแนกใหม่) มีลักษณะขนสีทองประกายเงางามชัดเจน
ภาพรวม
อุณหภูมิ
24–28°C
ความชื้น
50–60%
อาหาร
น้ำหวาน · แมลง
รูปแบบรัง
Ytong / พิมพ์ 3D / อะคริลิก / ดิน
การเติบโต
เร็ว
ขนาดอาณาจักร
2,000–5,000 ตัว
- ความยาก — เป็นมดที่ปรับตัวง่าย เติบโตเร็ว และทนทาน เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
- ขนาดอาณาจักร — รังที่สมบูรณ์เต็มที่อาจมีประชากรมากกว่า 5,000 ตัว
- โอกาสพบเจอ — มดที่มีข้อมูลบันทึกพบมากที่สุดในกลุ่ม เจอได้บ่อยตามธรรมชาติ — มีบันทึกยืนยันพบในไทยโดยตรงด้วย; มีวางขายในตลาดนักเลี้ยงมดต่างประเทศ (มีสต๊อกจริง) · บันทึกในไทย 14 · บันทึกทั่วโลก 1,459 · ตลาดนักเลี้ยง: มีขายในต่างประเทศ
ระดับนี้คิดจากจำนวนบันทึกในฐานข้อมูลสากล (GBIF · AntWeb · iNaturalist) ไม่ใช่ความชุกในไทยโดยตรง — น่าเชื่อถือสูง — มีบันทึกพิกัด/ตัวอย่างในไทยจริง (GBIF/AntWeb)
อาหารที่กิน
ขนาดตัว
ความยาวลำตัวแต่ละวรรณะ และภาพเทียบขนาดจริงบนบัตรเครดิต
เทียบขนาดจริงกับบัตรเครดิต
มดวาดตามสเกลจริงบนบัตรมาตรฐาน (85.6 × 54 มม.) — ถือบัตรจริงทาบหน้าจอแล้วปรับสไลเดอร์ให้ขนาดบัตรตรงกัน จากนั้นมดจะแสดงขนาดจริง
~7.5 มม.
~11.5 มม.
~14 มม.
นิสัยและการเลี้ยง
การป้องกันตัว
ดุร้ายโจมตีเมื่อถูกรบกวน — ควรระวังเวลาจัดการ
โปรไฟล์โคโลนี
โครงสร้างราชินี
ราชินีเดี่ยว (monogyne)
การก่อรัง
ก่อรังแบบปิด (claustral)
การพักหนาว
ไม่ต้องพักหนาว
การเติบโต
เร็ว
ข้อมูลเชิงลึก
มดไม้ดำ (Camponotus parius) เป็นมดในสกุล Camponotus หรือมดดำที่คนเลี้ยงมดทั่วโลกยกให้เป็น "สายพันธุ์แรกที่ควรลอง" เพราะตัวใหญ่ ดูง่าย เคลื่อนไหวไม่เร็วจนตามไม่ทัน และทนทานต่อความผิดพลาดของมือใหม่ได้ดีกว่ามดชนิดอื่น ๆ ส่วนใหญ่
รูปร่างและลักษณะเด่น
สายพันธุ์นี้มีวรรณะตัวงานแบ่งเป็นหลายขนาดชัดเจน ตัวงานทั่วไปยาว 5–9 มิลลิเมตร ตัวงานขนาดใหญ่ (major) ยาว 8–12 มิลลิเมตร มีหัวโตและขากรรไกรแข็งแรงกว่าใช้กัดแทะไม้และป้องกันรัง ส่วนนางพญามีขนาดใหญ่ที่สุดที่ 13–16 มิลลิเมตร ลำตัวสีดำเป็นมันตามชื่อ ทรงอกหนาและหัวโตเป็นลักษณะเด่นของสกุล Camponotus โดยรวม

ภาพ © Sayan Saha · CC BY-NC
พบที่ไหน อยู่แบบไหน
มีถิ่นกำเนิดในพม่าและภูมิภาคเอเชียใต้ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นมดเขตร้อนที่ไม่ต้องพักตัวจำศีลในฤดูหนาว เช่นเดียวกับมดในสกุล Camponotus ส่วนใหญ่ที่ทำรังในเนื้อไม้ผุ โพรงต้นไม้ หรือขอนไม้ที่เปื่อยยุ่ย ไม่ได้กัดกินเนื้อไม้ที่แข็งแรงเหมือนปลวก แต่จะขุดเจาะเฉพาะส่วนที่เปื่อยหรือชื้นจนกลวงให้เป็นที่อยู่อาศัย

พฤติกรรมเด่น: ตัวงานหลายขนาดในรังเดียว
ตัวงานของ Camponotus parius มีขนาดต่างกันชัดเจนถึงสามระดับในรังเดียว ตั้งแต่ตัวงานเล็กไปจนถึงตัวงานใหญ่ที่ใช้ขากรรไกรป้องกันรัง
เมื่อโคโลนีเริ่มก่อตั้งจากนางพญาเพียงตัวเดียวแบบปิดสนิท (claustral) — คือไม่ออกจากรังไปหาอาหารเลยจนกว่าตัวงานรุ่นแรกจะโตพอ — ตัวงานรุ่นแรกจะออกไข่ลูกเล็ก ๆ ก่อน แล้วโคโลนีจึงค่อย ๆ ผลิตตัวงานขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุและขนาดของรัง เหมือนมด Camponotus ทั่วไป มดไม้ดำมักหากินตอนพลบค่ำถึงกลางคืนเป็นหลัก ซึ่งช่วยลดการเผชิญหน้ากับศัตรูตามธรรมชาติในเวลากลางวัน

การเลี้ยงในกล่องเลี้ยง
เป็นมดกินได้หลากหลาย ให้น้ำหวานหรือน้ำผึ้งเจือจางและเจลน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ร่วมกับโปรตีนจากแมลง เช่น จิ้งหรีด แมลงสาบ และแมลงหวี่เพื่อเร่งการผลิตตัวอ่อน ไม่กินเมล็ดพืช อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 24–28°C ความชื้นในรัง 50–60% ควรใช้วัสดุรังที่เก็บความชื้นได้ดี เช่น อิฐมวลเบา (Ytong) หรือรังแบบผสม ไข่ใช้เวลาราว 4–7 สัปดาห์จึงฟักเป็นตัวงานรุ่นแรก และนางพญาสามารถมีอายุยืนได้ถึง 10–20 ปี
เป็นมดกินได้หลากหลาย ให้น้ำหวานหรือน้ำผึ้งเจือจางและเจลน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ร่วมกับโปรตีนจากแมลง เช่น จิ้งหรีด แมลงสาบ และแมลงหวี่เพื่อเร่งการผลิตตัวอ่อน ไม่กินเมล็ดพืช อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 24–28°C ความชื้นในรัง 50–60% ควรใช้วัสดุรังที่เก็บความชื้นได้ดี เช่น อิฐมวลเบา (Ytong) หรือรังแบบผสม ไข่ใช้เวลาราว 4–7 สัปดาห์จึงฟักเป็นตัวงานรุ่นแรก และนางพญาสามารถมีอายุยืนได้ถึง 10–20 ปี
ความยากอยู่ตรงไหน
จัดเป็นมดที่ "ให้อภัย" มือใหม่มากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะไม่มีเหล็กใน กัดเบา ไม่ก้าวร้าว และดูแลง่ายกว่ามดล่าเหยื่อหรือมดที่ต้องการความชื้นสูงมาก ขนาดโคโลนีที่ระบุไว้ (ราว 2,000–5,000 ตัว) เป็นขนาดที่พบได้ทั่วไปเมื่อรังโตเต็มที่ ไม่ใช่ตัวเลขสูงสุด เหมาะเป็นสายพันธุ์แรกสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงมด
จัดเป็นมดที่ "ให้อภัย" มือใหม่มากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะไม่มีเหล็กใน กัดเบา ไม่ก้าวร้าว และดูแลง่ายกว่ามดล่าเหยื่อหรือมดที่ต้องการความชื้นสูงมาก ขนาดโคโลนีที่ระบุไว้ (ราว 2,000–5,000 ตัว) เป็นขนาดที่พบได้ทั่วไปเมื่อรังโตเต็มที่ ไม่ใช่ตัวเลขสูงสุด เหมาะเป็นสายพันธุ์แรกสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงมด
เกร็ดน่ารู้
ชื่อสกุล Camponotus มาจากภาษากรีกแปลว่า "หลังโค้ง" อ้างอิงถึงรูปทรงอกที่โก่งขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของมดกลุ่มนี้ มดในสกุลนี้มีการบินผสมพันธุ์ (nuptial flight) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเป็นหนึ่งในสกุลมดที่มีจำนวนชนิดมากที่สุดในโลก มากกว่า 1,000 ชนิดทั่วโลก
ชื่อสกุล Camponotus มาจากภาษากรีกแปลว่า "หลังโค้ง" อ้างอิงถึงรูปทรงอกที่โก่งขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของมดกลุ่มนี้ มดในสกุลนี้มีการบินผสมพันธุ์ (nuptial flight) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเป็นหนึ่งในสกุลมดที่มีจำนวนชนิดมากที่สุดในโลก มากกว่า 1,000 ชนิดทั่วโลก

ภาพ © xieminnicki · CC BY-NC
คลังภาพ
ภาพ © Akrati Kushwaha · CC BY-NC
ภาพ © Sayan Saha · CC BY-NC
ภาพ © xieminnicki · CC BY-NC
ภาพ © Satish Nikam · CC BY-NC-SA
ภาพ © Satish Nikam · CC BY-NC-SA
ภาพ © Pranav Prabhu · CC BY-NC
ภาพมีชีวิตมาจากผู้ถ่ายในชุมชน iNaturalist สัญญาอนุญาต CC BY-NC — ให้เครดิตผู้ถ่ายทุกภาพ
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาภาษาไทยเรียบเรียงขึ้นใหม่จากข้อเท็จจริงในแหล่งอ้างอิงข้างต้น ไม่ได้คัดลอกถ้อยคำ · ความมั่นใจของข้อมูล: สูง
หน้านี้เป็นข้อมูลการเลี้ยงอย่างเดียว — มดมีชีวิตยังไม่เปิดขายบนเว็บ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ระหว่างจัดส่ง